หน้าแรก Trivia ทิก โนตาโร นักแสดงที่ต้องถ่ายซ่อม Army of the Dead “เพียงคนเดียว”

ทิก โนตาโร นักแสดงที่ต้องถ่ายซ่อม Army of the Dead “เพียงคนเดียว”

424

การเปลี่ยนนักแสดงหลังการถ่ายทำเสร็จคงเป็นหนึ่งในเรื่องโชคร้ายที่นักสร้างหนังไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ผู้สร้างก็ต้องหาวิธีการที่จะแทนที่นักแสดงด้วยวิธีการที่แนบเนียนที่สุด เช่นในกรณีของหนัง Army of the Dead ของผู้กำกับ แซ็ค สไนเดอร์ ในการเปลี่ยนตัวนักแสดงจาก คริส เดลเลีย เป็น ทิก โนตาโร

ความจริงแล้วการแก้ปัญหาอาจไม่ได้ยุ่งยากและสิ้นเปลืองมาก หากมีการเปลี่ยนนักแสดงระหว่างการถ่ายทำ แต่โชคร้ายที่ Army of the Dead ถ่ายทำเสร็จแล้ว และบังเอิญว่า คริส เดลเลีย ตกเป็นข่าวล่วงละเมิดทางเพศจนมีความจำเป็นต้องถอดเขาออกจากหนัง นั่นทำให้สไนเดอร์สนใจที่จะชวน ทิก โนตาโร เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการถ่ายซ่อมครั้งนี้ ถึงแม้ว่าลักษณะทางกายภาพของโนตาโรจะแตกต่างจากเดลเลียที่เป็นชายสูงโปร่งร่างกำยำก็ตามที

“ฉันนี่โคตรงงเลย ฉันรู้สึกว่าคงมีเรื่องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ” โนตาโรกล่าว

สไนเดอร์พยายามโน้มน้าวใจโนตาโรด้วยการส่งหนังฉบับที่ใส่ซีจีและตัดต่อใกล้เสร็จให้ดู และอธิบายถึงวิธีการถ่ายซ่อม แต่นั่นก็ทำให้เธอยิ่งไม่มั่นใจเข้าไปใหญ่

“ฉันไม่เห็นความเป็นไปได้ที่ฉันจะเข้าไปแทนที่คริสเลย เราเป็นนักแสดงคนละแบบและตลกคนละประเภท บอกตามตรง ไม่ว่าเรื่องส่วนตัวของเขาจะเป็นยังไง แต่การแสดงของเขายอดเยี่ยมมาก แต่แซ็คบอกฉันว่า ‘เราต้องการให้คุณทำสิ่งคุณเป็น’ ก็นั่นแหละ นั่นคือทั้งหมดที่ฉันทำ”

เมื่อโนตาโรยอมเล่น เธอจึงต้องเตรียมตัวสำหรับบทบาทหญิงแกร่งปืนโตทั้งๆ ที่ต้องอยู่ในบ้านเลี้ยงลูก “ฉันฝึกฝนยิงปืนในออฟฟิสของฉันผ่านโปรแกรมซูม ในขณะที่ลูกๆ ของฉันเล่นเลโก้อยู่ในห้องข้างๆ ฉันซ่อนปืนไว้ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าลูกฉันจะเจ็บตัวอะไรหรอก แต่ฉันไม่ได้อยากให้พวกแกคิดว่าฉันมีปืนกล ฉันใช้เวลาซ่อนราวๆ 20 นาทีเห็นจะได้”

แน่นอนว่าจะต้องมีการลบฟุตเทจของเดลเลียออกจากหนังทั้งหมด แต่มันไม่ง่ายขนาดที่ว่าสามารถนำโนตาโรเข้ามาแทนที่ได้เลย เนื่องจากลักษณะการเคลื่อนไหวและขนาดตัวของทั้งคู่แตกต่างกันมาก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาไม่สมจริงอย่างที่ควรเป็น ทำให้สไนเดอร์ต้องพึ่งพาเทคนิคการถ่ายทำขั้นสูง และต้องถ่ายทำใหม่ทุกฉากแบบช็อตต่อช็อต

ในวันถ่ายทำจริง สไนเดอร์และทีมวิชวลเอฟเฟ็คต้องสร้างจำลองขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยอ้างอิงจากฟุตเทจเดิม ทั้งการสร้างอุปกรณ์ประกอบฉากที่เป็นสีเขียว, เลเซอร์ชี้, ลูกเทนนิส ซึ่งช่วยอ้างอิงจุดที่โนตาโรควรจะมองไป หรือแม้กระทั่งการที่ทีมงานต้องสวมชุดเขียวเพื่อรับบทเป็นตัวละครในหนัง ที่สำคัญคือโนตาโรต้องไม่ด้นสด เพราะบทสนทนาจะต้องเข้ากันได้กับบทและปฏิกิริยาของตัวละครอื่นๆ ที่ถ่ายไปแล้วก่อนหน้านี้

เมื่อถ่ายทำเสร็จ ส่วนยุ่งยากต่อมาคือการนำฟุตเทจที่ได้ตัดรวมเข้ากับหนังจริง ไม่ใช่แค่ฟุตเทจที่ดีที่สุด แต่ทุกอย่างจะต้องเข้ากันได้ดีกับบริบท การสนทนา และฉากบู๊ที่มีอยู่แล้วด้วย แต่หากว่ามันไม่เข้ากันจริงๆ ก็ต้องใช้วิชวลเอฟเฟ็คช่วย รวมไปถึงการที่ต้องสร้างซีจีของโนตาโรขึ้นมาแล้วนำไปแทรกอยู่ในฉากบางฉาก ทำให้ในที่สุดเธอจึงถูกเบลออยู่ในฉากหลังซะเป็นส่วนใหญ่

ท้ายที่สุดแล้วการเปลี่ยนนักแสดงครั้งนี้สร้างกระแสบวกให้กับโนตาโรได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเธอได้ปรากฏตัวครั้งแรกในตัวอย่างหนัง

“มือถือฉันแทบระเบิด” โนตาโรเล่า “ฉันติดเทรนบนทวิตเตอร์ ทุกคนพูดเกี่ยวกับฉันว่า แม่เจ้าโว้ยเซ็กซี่อะไรขนาดนั้น นั่นทำฉันสับสนมาก ฉันเคยคิดว่าฉันคงถูกด่าเพราะไปแทนที่คริส ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะติดเทรนจากการเป็นคนคูลๆ แบบนี้”

หากถามถึงค่าใช้จ่ายในการถ่ายซ่อม สไนเดอร์บอกว่า “ไม่กี่ล้าน” ครับ และได้รับการสนับสนุนจาก Netflix เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่แพง แต่เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

อ่านเรื่องน่ารู้อื่นๆ ได้ ที่นี่