หน้าแรก News ลูอิส เลน ตาย, ซูเปอร์แมนเข้าสู่ด้านมืด, แผนย้อนเวลา แซ็ค สไนเดอร์เผย Justice League ที่ไม่มีวันได้สร้าง

ลูอิส เลน ตาย, ซูเปอร์แมนเข้าสู่ด้านมืด, แผนย้อนเวลา แซ็ค สไนเดอร์เผย Justice League ที่ไม่มีวันได้สร้าง

532

สำหรับใครที่ติดตามข่าวคราวของผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ คงจะทราบกันดีกว่าเขามีปัญหากับทางวอเนอร์ฯ จนแผนการสร้างหนังดีซีของเขานั้นล้มไม่เป็นท่า ล่าสุดระหว่างการฉายหนังรอบ Batman v Superman: Dawn of Justice พิเศษที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แฟนๆ จึงถามเขาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“Justice League ฉบับดั้งเดิมที่คริส เทอร์ริโอ และผม เขียน เราไม่เคยแม้แต่ได้ถ่ายทำ ไอเดียที่แท้จริง ไอเดียที่ยากมากๆ ไอเดียที่น่ากลัว เราไม่เคยได้ถ่ายเพราะสตูดิโอบอกว่านี่มันบ้ามาก” สไนเดอร์กล่าวเสริมว่าเขาและทีมงานของเขาต่างกลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองหลังเห็นกระแสตอบรับของ Batman v Superman และความจริงแล้วหนัง Justice League ของเขาควรมีทั้งหมด 3 ภาค

“เรื่องมันยาวน่ะ ความจริงก็คือฉากฝันร้ายในหนังเรื่องนี้เป็นไอเดียของผมที่ในท้ายที่สุดแล้วมันจะได้รับการอธิบายทั้งหมด และเราจะจบลงด้วยโลกอนาคตที่ดาร์คไซด์ยึดครองโลกได้และซูเปอร์แมนยอมจำนนต่อสมการ Anti-Life (สมการที่สามารถควบคุมจิตใจได้ทุกชีวิตในจักรวาล) มีสมาชิกไม่กี่คนของ Justice League เหลือรอดบนโลกนั้น โลกที่พวกเขาต่อสู้อยู่ แบทแมนละเมิดข้อตกลงกับไซบอร์กเพราะมีบางอย่างเกิดขึ้น พวกเขาทำงานกับสมการเพื่อพาแฟลชย้อนเวลากลับไปบอกบรูซ” สไนเดอร์พูดถึงประโยค “ลูอิสคือกุญแจ” ใน Batman v Superman และไม่เคยถูกพูดถึงอีกเลยใน Justice League

สไนเดอร์ให้เหตุผลที่ซูเปอร์แมนย้ายฝั่งเป็นวายร้าย เพราะบรูซไม่สามารถปกป้องลูอิสจากการถูกฆ่าโดยดาร์คไซด์ได้ ซึ่งเชื่อมโยงกับฉากฝันร้ายใน Batman v Superman “หากซูเปอร์แมนรู้ว่าบรูซมีส่วนรับผิดชอบในการปกป้องลูอิส เขาโกรธบรูซ ดังนั้นนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาพูดว่า ‘เธอคือโลกของฉัน และนายพรากเธอไปจากฉัน” 

ด้วยเหตุนี้ แบทแมนและไซบอร์กจึงหาวิธีให้แฟลชเดินทางย้อนเวลาเพื่อไปเตือนบรูซเรื่องลูอิส ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นใน Batman V Superman ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องใช้ บูมทูป หรือประตูมิติที่เกิดจากมาร์เธอร์บ็อกซ์ส่งแฟลชย้อนกลับไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง แต่พวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะส่งแฟลชไปในหน้าต่างใบไหนระหว่าง 2 บานนั้น แบทแมนถามไซบอกว่า “ถ้านายไม่ถามฉัน บานไหนที่นายจะส่งเขาเข้าไป?” พอเขาตอบแบทแมนก็เลยบอกให้ไปหน้าต่างบานที่ไม่ได้เลือก ซึ่งเป็นบานที่พาไปสู่ช่วงเวลาก่อนที่ลูอิสจะถูกฆ่าโดยดาร์คไซด์

สไนเดอร์บอกว่าวอร์เนอร์สนับสนุนเรื่องราวโดยรวมที่เขาต้องการจะเล่า แต่เนื่องจากรายละเอียดว่าทำไมและอะไรที่ทำให้ทีม Justice League แตกคอกัน ทำให้พวกเขากังวลและอยากเปลี่ยนแปลงบท

นอกจากนี้สไนเดอร์ยังเผยด้วยว่าความจริงแล้วหนังจะมีฉากท้ายเครดิตของ Justice League ที่ตั้งใจใส่เอาไว้เพื่อบอกว่าการต่อสู้ระหว่างพวกเขากับดาร์คไซด์ยังไม่จบเพียงแค่นี้ แต่นั่นก็ถูกตัดออกไปจากหนังจริง

“การเปรยเรื่อง Justice League นั้นไม่ได้อยู่ในหนัง เดาว่างั้นนะ ซึ่งเป็นตอนที่บรูซพูดว่า ‘ผมอยู่ตรงนี้ตอนที่ แบร์รี่ อัลเลน โผล่มา เขาบอกผมว่า ลูอิส เลน คือกุญแจ’ แล้วเธอก็พูดว่า ‘เธอเป็นแบบนั้นสำหรับซูเปอร์แมน หัวใจเพียงดวงเดียว’ แล้วเขาก็พูดว่า ‘ผมคิดว่ามีอะไรมากว่านั้น อะไรที่มืดมนกว่า”

อย่างไรก็ตาม ฉากดังกล่าวบางส่วนถูกใส่ไว้ในตัวอย่างฉบับ Official Heroes Trailer ในนาทีที่ 1:18 ถึง 1:25 ครับ ชมตัวอย่างได้ ที่นี่ 

ที่มา Comicbook, Collider