หน้าแรก News แซ็ค สไนเดอร์ เล่าเนื้อเรื่อง Justice League อีก 2 ภาคที่เหลือ

แซ็ค สไนเดอร์ เล่าเนื้อเรื่อง Justice League อีก 2 ภาคที่เหลือ

1360

“ตอนผมเริ่มทำหนังแรกๆ มันจะเป็นหนัง 5 พาร์ท” แซ็ค สไนเดอร์ กล่าวถึงมหากาพย์ Justice League ฉบับของเขา ขณะให้สัมภาษณ์กับ Vanity Fair ซึ่งถูกเริ่มมาตั้งแต่ Man of Steel ตามมาด้วย Batman v Superman และ Justice League

“ผมไม่คิดเลยว่าผมจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้ พูดคุยเรื่องหนัง Justice League ฉะนั้นอะไรก็เป็นไปได้สินะครับ”

สไนเดอร์อธิบายว่าฉากนิมิตทั้งหลายที่เราเห็นใน Batman v Superman และ Justice League ของเขา จะบอกใบ้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน Justice League สองภาคถัดไป

**หลังจากนี้บทความจะการสปอยล์สิ่งที่จะเกิดขึ้นจนจบ ใครไม่อยากทราบก่อน (เผื่อมีปฏิหาริย์) ไม่ควรอ่านครับ**

ใน Justice League 2 ”ดาร์คไซด์ลงมาที่โลก ซูเปอร์แมนบอกแบทแมนว่า ‘ปกป้องโลอิส นี่เป็นสงครามระหว่างผมและดาร์คไซด์ ถ้าคุณช่วยผมในฐานะเพื่อน ปกป้องโลอิสให้ปลอดภัย’”

ท่ามกลางการโจมตีของมนุษย์ต่างดาว “เล็กซ์ (ลูเธอร์) บอกกับดาร์คไซด์ว่ากุญแจที่จะทำให้ซูเปอร์แมนอ่อนแอคือฆ่าโลอิส เลน ด้วยเหตุผลบางอย่าง แบทแมนล้มเหลว ดาร์คไซด์กลับมาและฆ่าโลอิสสำเร็จ แบทแมนทำพลาด เพราะเขาลังเล พวกเขาทะเลาะกัน”

แล้วแบทแมนกับเลนทะเลาะอะไรกัน? สไนเดอร์ไม่ได้บอกไว้ แต่ในแผนการแรกๆ เขามีแผนที่จะให้บรูซ เวย์น และโลอิส เลน ชอบพอกันหลังจากที่ซูเปอร์แมนเสียชีวิต

“ความตั้งใจของผมคือบรูซตกหลุมรักโลอิส จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าวิธีเดียวที่จะช่วยโลกนี้ได้คือการทำให้ซูเปอร์แมนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง” สไนเดอร์เล่า “ดังนั้นเขาจึงมีความขัดแย้งในตัวเอง เพราะโลอิสยังคงรักซูเปอร์แมนอยู่”

“ซึ่งเรามีบทสนทนาสวยๆ ระหว่างบรูซกับอัลเฟรดว่า ‘ผมไม่เคยมีชีวิตนอกถ้ำ ผมจินตนาการถึงโลกที่กว้างไกลกว่านี้สำหรับผมไม่ออกเลย แต่ผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมคิดว่าถ้าหากผมสามารถรวบรวมกลุ่มคนพลังเทพเจ้าได้ ตอนนั้นคือผมหมดหน้าที่แล้ว ผมจะเลิก ผมจะหยุด’ แต่แน่นอนว่าเขาทำไม่ได้”

ถึงแม้ใน Zack Snyder’s Justice League จะไม่มีรักสามเส้าอย่างที่ว่าแล้ว แต่ยังไงแบทแมนก็จะต้องรู้สึกผิดที่ช่วยชีวิตโลอิสไว้ไม่ได้ และเมื่อเธอจากไป ซูเปอร์แมนก็พ่ายแพ้จนทำให้ดาร์คไซด์ควบคุมเขาได้สำเร็จ และนำไปสู่การตายของวันเดอร์วูแมน อควาแมน และคนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

“โลกล่มสลายเพราะซูเปอร์แมนยอมจำนนต่อสมการต่อต้านชีวิต นั่นคือสิ่งที่เหตุการณ์หลังโลกล่มสลายเป็น ซูเปอร์แมนหวังเพียงว่าจะตามหาแบทแมน และฆ่าเขาเพื่อที่จะแก้แค้นให้กับการตายของโลอิส”

ใน Justice League 3 “สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกหลังหายนะคือไซบอร์กหาทางใช้มาเธอร์บ็อกซ์เพื่อให้แฟลชย้อนเวลากลับไปเตือนบรูซ์ ในช่วงเวลาที่เขาไม่มีความกล้าที่จะเสียสละตัวเองเพื่อช่วยโลอิส” ซึ่งเราเห็นว่าแฟลชกลับมาเตือนบรูซ์อยู่ครั้งหนึ่งใน Batman v Superman

และเมื่อบรูซในอดีตคิดได้ว่าเขาต้องทำอะไร เขาเลยไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะช่วยโลอิส “นาทีนั้นเอง เขาทำสิ่งที่ถูกต้องและเสียสละชีวิตตัวเอง”

แน่นอนว่าสิ่งนี้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งในอดีต “ซูเปอร์แมนไม่ยอมจำนนต่อสมการต่อต้านชีวิต จากนั้นในตอนท้ายเรื่อง อควาแมนก็นำทัพจากแอตแลนติส ไดอาน่านำทัพจากเทอมิสกีร่า และซูเปอร์แมนกับแฟลชก็นำทัพมนุษย์เพื่อสู้กับดาร์คไซด์ในมหาสงคราม”

แน่นอนว่าครั้งนี้พวกฮีโร่ชนะ แต่นี่ยังไม่จบ

ไม่กี่เดือนหลังจากดาร์คไซด์พ่ายแพ้ ก็มีเด็กคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้น

”โลอิสท้องในตอนจบของหนัง” สไนเดอร์หมายถึงในตอนจบของ Zack Snyder’s Justice League ที่มีชุดทดสอบการตั้งครรภ์วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของเธอ พร้อมกับวลีภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “สถานการณ์ที่คาดไม่ถึง”

“เด็กคนนั้นเป็นลูกของโลอิสและซูเปอร์แมน” สไนเดอร์พูดถึงคนจะที่กลายเป็นแบทแมนคนใหม่ “เขาไม่มีพลังพิเศษอะไรเลย และสุดท้ายแล้วเขาจะเป็นแบทแมนคนใหม่”

เขาเล่าต่อว่าเคนท์และเลนจะพาลูกชายที่โตแล้วของพวกเขาไปยังสถานที่ที่คุ้นเคย เพื่อขอให้ลูกรับช่วงต่อสิ่งที่ บรูซ เวย์น ทำไว้ หลังจากที่เวย์นได้เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องโลก

”20 ปีต่อมา ในวันครอบรอบการตายของแบทแมน พวกเขาจะพา บรูซ เคนท์ ไปยังถ้ำค้างคาวและบอกว่า ‘บรูซ ลุงของลูกจะต้องภูมิใจถ้าลูกทำสิ่งนี้’“

จบ