หน้าแรก Article ย้อนรอย “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” หนังไทยที่โดนใจคนแอบรักข้างเดียว

ย้อนรอย “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” หนังไทยที่โดนใจคนแอบรักข้างเดียว

358

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 วงการหนังไทยได้พบกับกระแสที่ไม่มีใครคาดคิดกับ “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” หนังรักม้ามืดที่ได้รับการตอบรับในแง่บวกอย่างล้นหลาม กลายเป็นหนังที่โดนใจคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนแอบรักข้างเดียวซึ่งเป็นสิ่งที่หนังนำเสนอออกมาได้ทั้งหวานและขมอย่างกลมกล่อม ด้วยเหตุนี้หนังจึงสามารถทำรายได้ตลอดการฉายกว่า 80 ล้านบาทเลยทีเดียว

จุดเริ่มต้นของหนังมาจากการร่วมมือร่วมมือกันสร้างระหว่าง ‘สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล’ และ ‘เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์’ ซึ่งได้ พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร และ วศิน ปกป้อง ผู้กำกับรุ่นใหญ่ที่อยู่ในวงการสื่อบันเทิงมาอย่างยาวนานรับหน้าที่คุมบังเหียน ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันยาวนานกว่า 20 ปี แต่กลับไม่เคยร่วมงานด้วยกันจริงๆ จังๆ มาก่อน ทั้งคู่เลยประเดิมหนังเรื่องนี้เป็นโครงการแรก ในไอเดียง่ายๆ ที่ว่าอยากทำหนังรักวัยนักเรียนสักเรื่อง เพราะในช่วงนั้นรู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นหนังแนวนี้เลย หลังคิดกันอยู่นานว่าพล็อตความรักแบบไหนเหมาะที่จะสื่อสารแก่สายตาผู้ชม สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากจากน้องในที่ทำงานที่มีประสบการณ์การแอบรักรุ่นพี่ตอนเรียนอยู่ ม.1

“เราฟังเสร็จแล้วก็มองหน้ากัน นี่มันหนังชัดๆ เลยนะ มีทุกอย่างที่ควรจะมีไว้ให้เราหมดแล้ว” คุณวศิน หนึ่งในผู้กำกับกล่าว

นั่นจึงกลายเป็นที่มาของประเด็นหลักสำคัญของหนัง เรื่องราวของเด็กหญิงวัยม.ต้นหรือ “น้ำ” ที่หลงรัก “โชน” รุ่นพี่สุดฮ็อตในโรงเรียนอย่างหัวปักหัวปำ ทั้งยังเล่าเรื่องการพัฒนาตัวเองน้ำที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้อยู่ในสายตาอีกฝ่ายให้ได้ เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ทำให้ผู้ชมอยากเอาใจช่วยไปตลอดทั้งเรื่อง

“ที่จริงมันพูดถึงมุมที่ใช้ความรักในด้านบวกครับ คือแทนที่ตัวละครจะใช้ความรักในแง่ลบ กินเหล้า ยั่วยวนผู้ชาย แต่เรากลับเอาความรักมาพัฒนาตัวเองให้มันดีทุกอย่าง นี่คือนิยามของเรื่องนี้” คุณวศินสรุป

“บอกตรงๆ ฟังครั้งแรกผมเฉยๆ” ผู้อำนวยการสร้าง ประภาส ชลศรานนท์ เล่าถึงวันที่เริ่มต้นพัฒนาหนัง “พล็อตแบบนางเอกตอนแรกไม่สวยแล้วตอนหลังสวยนี่ หนังฮ่องกงหนังฝรั่งทำมาก็หลายเรื่องแล้ว แต่พอเขาเล่ารายละเอียดไปถึงตอนจบที่จะมีการหักมุม ผมก็เริ่มชอบ มันทำให้ผมนึกถึงทฤษฎีเกี่ยวกับความรักบางอย่างที่ผมเคยตั้งไว้เล่นๆ สมัยหนุ่มๆ ‘คนที่มาชอบเรา เขาจะดูน่าสนใจขึ้นในสายตาเรา’

อย่างที่คุณประภาศบอก หนังมีช่วงหักมุมที่พี่โชนสารภาพรักกับน้ำผ่านสมุดที่บันทึกเรื่องราวต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ทั้งคู่รู้จักกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราต่างหมดหวังไปกับโชคชะตาความรักของน้ำ และเชื่อว่าหนังจะจบลงแบบไม่สมหวัง ซึ่งเป็นเหมือนเป็นหมัดเด็ดหมัดที่ทำให้ผู้ชมโดนใจกับหนังเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นักแสดงก็เป็นส่วนที่ส่งเสริมเรื่องราวให้ไปถึงจุดหมายได้เช่นกัน “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” ทำให้เราได้รู้จัก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ นักแสดงเด็กที่มีผลงานก่อนหน้าอย่าง “เชือดก่อนชิม” และ “อนึ่ง คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง” ใบเฟิร์นถูกเลือกให้รับบทเป็นน้ำเพราะความเป็นธรรมชาติสมวัย และที่สำคัญเธอมีความสวยและไม่สวยในเวลาเดียวกัน

“ใบเฟิร์นไม่รู้ด้วยว่าตัวเองสวย เขาจะรู้สึกว่าหนูแย่หรือไอ้นั่นไอ้นี่ ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเลือกไหม คือใบเฟิร์นมีอาการของคนไม่สวยอยู่ คือคนสวยจะดูออกว่าจะเชิดหยิ่งว่าตัวเองสวย แต่นี่เขาไม่มีอาการนั้นเลย” คุณวศินกล่าว

นอกจากความน่ารักสมวัยที่ใบเฟิร์นได้แสดงออกตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโมเมนต์น่ารักๆ ระหว่างน้ำและโชน การพัฒนาตัวเองในแต่ละช่วงวัย หรือการแสดงอย่างเป็นธรรมชาติกับเพื่อนๆ สุดป่วนของเธอ นอกจากนั้น ใบเฟิร์นยังได้พิสูจน์ความสามารถการแสดงด้านดราม่าที่ไม่ว่าใครคงต้องอินไปตามๆ กัน นั่นคือฉากสระว่ายน้ำโรงเรียนที่น้ำรวบรวมความกล้าสารภาพรักกับโชนในวันจบการศึกษา ใบเฟิร์นแสดงออกได้ทั้งสีหน้า แววตา และท่าทางของคนที่กล้ำกลืนแต่กลับแสดงออกว่าตัวเองไม่เป็นอะไรได้อย่างน่าเชื่อถือ

“ความรู้สึกของตัวละครตัวนี้มันสวิงแรงมาก มากจนช็อค แล้วใบเฟิร์นก็ทำได้ดี ทั้งเสียง ทั้งภาษากาย ที่สำคัญที่ดวงตา ความรู้สึกสับสนระหว่างความผิดหวัง ความหวังดี ความอับอาย ความน้อยใจในโชคชะตา มันผสมรวมอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วินาที ตอนที่เพื่อนๆเธอดันเธอเข้าไปที่ประตูสระ เธอยังอายๆแบบสาวน้อยอยู่เลย” คุณประภาศกล่าว

ส่วน มาริโอ้ เมาเร่อ หลายคนคงเคยผ่านตากับผลงานดังเปรี้ยงอย่าง “รักแห่งสยาม” มาแล้ว คราวนี้เขาต้องเปลี่ยนคาแรคเตอร์ให้กลายเป็นคนขี้เล่นและต้องทำตัวให้ดูหล่อตลอดเวลา(ซึ่งจริงๆ ก็หล่ออยู่แล้ว)เพื่อให้เข้ากับบทหนุ่มระดับท็อปในโรงเรียน เพราะความหน้าตาดีนี้เอง ทำให้มาริโอ้คือตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวที่สองผู้กำกับอยากได้ “คือมาริโอ้มองแวบแรกก็จะรู้สึกว่าหล่อ หน้าตาดี แล้วในวัยเท่าๆ กันมันก็มีไม่กี่คนที่ดูแล้วหล่อเทพอ่ะ”

“สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” อาจไม่ใช่หนังไทยที่สมบูรณ์แบบ แต่เชื่อได้ว่าไม่ว่าผ่านเวลาไปนานแค่ไหน คนรุ่นที่ยังทันได้ชมมักจะยังจำความประทับใจได้ไม่เสื่อมคลาย ความประทับใจนั้นอาจรวมถึงความหอมหวานในอดีตที่ไร้วี่แววจากปัจจุบัน อดีตที่ไร้ซึ่งโซเชียลมีเดีย อดีตที่ไร้ซึ่งสมาร์ตโฟน อดีตที่ทุกอย่างดูเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยความทรงจำ และอดีตที่ตอกย้ำว่าเราทุกคนต่างก็มี “พี่โชน” ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

อ้างอิง Mthai, Prapas Cholsaranon