หน้าแรก Article รู้จักสาวสุดเท่ห์ เอ็มม่า แม็คคีย์ ผ่านชีวิตและซีรีส์เล่าเรื่องเพศ Sex Education

รู้จักสาวสุดเท่ห์ เอ็มม่า แม็คคีย์ ผ่านชีวิตและซีรีส์เล่าเรื่องเพศ Sex Education

1075

Sex Education กลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ยอดฮิตของเน็ตฟลิกซ์ ด้วยเนื้อหาแปลกใหม่ที่ครองใจวัยรุ่นทั่วโลก ด้วยการเล่าเรื่องราวของ โอทิส หนุ่มโสดและซิงที่จำเป็นต้องบำบัดปัญหาทางเพศให้แก่เพื่อนๆ ในโรงเรียน ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยการสะท้อนปัญหาวัยรุ่น ปัญหาชีวิตในโรงเรียน หรือแม้แต่ปัญหาในครอบครัวเอง จากข้อมูลสถิติเปิดเผยว่ามีสมาชิกกว่า 40 ล้านบัญชีเข้าชมซีรีส์ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 4 สัปดาห์แรกเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ซีรีส์จึงถูกอนุมัติสร้างซีซั่นต่อไปอย่างที่แฟนๆ คาดหวังกัน

ไม่เพียงแต่ประเด็นที่ซีรีส์นำเสนอ ทีมนักแสดงก็ยังเป็นส่วนเสริมที่ทำให้ผู้ชมอินไปกับเรื่องราว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายคนอาจสะดุดกับ เมฟ ไวลี่ย์ สาวหน้าเหวี่ยงที่รับบทโดย เอ็มม่า แม็คคีย์ ด้วยการแสดงที่ไม่ธรรมดาและกลายเป็นที่รักต่อผู้ชมทั่วโลก แต่ไม่น่าแปลกใจที่จะมีใครรู้จักเธอดีนัก เพราะเธอเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่เคยเล่นหนังอินดี้เพียงแค่เรื่องเดียว ก่อนจะดังเป็นพลุแตกใน Sex Education

ชีวิตของเอ็มม่า แม็คคีย์ เป็นยังไง เส้นทางก่อนจะเป็นเมฟ ไวลี่ย์ เป็นยังไงบ้าง และความคิดของเธอที่มีต่อซีรีส์เรื่องนี้ ค้นหาคำตอบพร้อมกันในบทความนี้กันครับ

เอ็มม่า แม็คคีย์ เกิดในครอบครัวสองเชื้อชาติได้แก่อังกฤษที่มาจากฝั่งแม่ และฝรั่งเศสจากฝั่งพ่อ เธอเกิดและเติบโตที่ประเทศฝรั่งเศส วัย 17 ปีกับชีวิตอันเพรียบพร้อมพาเธอไปสู่รั้ว ลีดส์ มหาวิทยาลัยอังกฤษในสาขาภาษาและวรรณกรรมอังกฤษ หลังจากจบการศึกษา เธอมุ่งหน้าตามความฝัน ย้ายตัวเองไปลอนดอนด้วยความตั้งใจที่จะศึกษาต่อด้านการแสดงในสถาบันชั้นนำ แต่แผนการนั้นกลับไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก

“ฉันย้ายไปอยู่บ้านเพื่อน แล้วก็ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านหลังนั้นไปด้วยประมาณสองสามเดือน เพราะฉันไม่มีที่จะไป” แม็คคีย์เล่า “จากนั้นฉันก็ลาออกจากงาน และย้ายไปอยู่กับเพื่อนคนอื่น ขณะที่ตลอดเวลาฉันพยายามจะสมัครเข้าสถาบันการแสดง ฉันไม่ได้เข้าเรียนหรอกค่ะ แต่ตลอดทั้งปีฉันเข้าคลาสสอนการแสดง เรียนทุกสัปดาห์ นั่นคือการเรียนรู้ด้านการแสดงของฉัน”

หลังจากปีนั้นเอง แม็คกี้ได้เอเจนซี่ที่คอยดูแลการออดิชั่นบท หกเดือนต่อมา เธอก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Sex Education และ เมฟ ไวลีย์ กลายเป็นตัวละครแรกของเธอบนจอซีรีส์ สาวสุดมั่นที่มีปัจจุบันและปูมหลังอันมืดหม่น

“เธอเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจ และจะไม่ขอโทษต่อสิ่งใดๆ แม้ว่าเธอจะถูกแกล้งและไม่เข้ากับสาวป็อปในโรงเรียนก็ตาม เธอเชิดหน้ามาโรงเรียนทุกวัน และโฟกัสไปที่การเรียนมากกว่าสิ่งอื่นใด” แม็คคีย์อธิบายตัวละครของเธอ

“เธอมีลุคที่แข็งแกร่งเพราะภาวะแวดล้อม เพราะคนมักปิดตัวเอง สร้างกลไกป้องกัน และไม่ให้ใครเข้ามาเพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายกว่า เธอจะไม่เจ็บปวดและเสี่ยงน้อยลงภายใต้เปลือกแข็ง แต่ท้ายที่สุดเธอกลับมีด้านภายในที่อบอุ่น เสียสละ และใส่ใจ เมื่อเธอตกอยู่ในภาวะตกต่ำและยากลำบาก เธอกลับแสดงความเป็นมนุษย์และใส่ใจทุกๆ คน ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติอันน่าทึ่งที่ใครบางคนจะมีได้”

นอกจากการศึกษาตัวละครที่สะท้อนแง่มุม เนื้อหาภายในซีรีส์ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ ยังช่วยให้แม็คคีย์เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ของผู้หญิงด้วย ในแง่ของความผ่อนคลายต่อการช่วยตัวเอง เพราะผู้หญิงในช่วงวัยรุ่นทุกคนต่างประสบปัญหาเดียวกัน ในโรงเรียนไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้ ผู้หญิงและความสุขกลับกลายเป็นเรื่องต้องห้าม “ฉันคิดว่ามันแปลกนะ เช่นหากมีใครบอกว่าไม่มีใครทำแบบนี้ซะหน่อย ฉันคงเป็นคนไม่ดีจริงๆ คงมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับฉันแน่”

“มีผู้หญิงหลายคนที่รู้สึกว่าตัวเองมีช่องคลอดที่น่าเกลียด” แม็คคีย์พูดถึงประเด็นจากซีรีส์ตอนที่ 5 “ผู้หญิงวัยรุ่นสมัยนี้ต่างรู้สึกว่าพวกตัวเองไม่ดีพอ ฉันเพิ่งพบว่ามันน่าเศร้านะ และฉันหวังจริงๆ ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะเปิดการสนทนาในหัวข้อดังกล่าวได้”

ในขณะที่ซีรีส์ได้สอนเรื่องเพศและปัญหาทางเพศแก่คนยุคนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งช่วยให้วัยรุ่นหลายคนมองเห็นภาพอย่างชัดเจน ต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ไม่มีแม้แต่สื่อใดๆ ที่จะอธิบายเรื่องเพศได้อย่างถ่องแท้ แม็คคีย์เล่าว่าการสอนเรื่องเพศในรุ่นตายายของเธอในยุค 40 ถึง 50 นั้นมีแค่รูปของกระต่ายตอนสืบพันธุ์กันเท่านั้น

“ปู่ย่าตายายของฉันชอบมันจริงๆ นะ ฉันเคยกังวลเรื่องการที่พวกท่านจะดูซีรีส์เรื่องนี้ แต่พวกเขาตกหลุมรักตัวละครเหล่านั้นจริงๆ และยายฉันก็ชอบฉากอมกล้วยมากเลยค่ะ”

มาถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับซีรีส์กันบ้าง หลายคนอาจอยากทราบความคิดเห็นจากเอ็มม่า แม็คคีย์ ถึงเรื่องที่หลายคนต่างสังเกตได้ว่าเธอมีความละม้ายคล้ายคลึงกับนักแสดงรุ่นพี่อย่างมาร์โก้ต์ ร็อบบี้ จนมีมุกขำขันที่พูดกันบนอินเตอร์เน็ตว่า ‘ถ้าฉันไม่ได้เห็นพวกเธอสองคนในห้องเดียวกัน ฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่าเป็นคนละคนกัน’

ซึ่งในมุมมองของแม็คคีย์ เธอกลับมีความคิดว่าผู้ชมควรโฟกัสไปที่ความสามารถมากกว่าการเปรียบเทียบรูปลักษณ์ “ฉันหวังว่าทุกคนจะมองข้ามเรื่องหน้าตาของฉันและโฟกัสที่งานของฉันมากกว่า แต่นั่นก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะมาร์โก้ต์ ร็อบบี้ เธอยอดเยี่ยมที่สุด”

อ้างอิง PinknewsVogueVultureBustle