หน้าแรก Article ทำไมเราถึงไม่ควรเชื่อตัวอย่างหนัง Avengers: Endgame

ทำไมเราถึงไม่ควรเชื่อตัวอย่างหนัง Avengers: Endgame

378

มาร์เวลสตูดิโอนับได้ว่าเป็นค่ายหนังที่เก็บความลับได้ดีเจ้าหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากสร้างจักรวาลหนังมาร์เวลมาจนถึงปีที่ 10 ซึ่งเข้าใกล้บทสรุปของมหากาฬชุดนี้เข้าไปทุกที ทำให้ทางค่ายต้องงัดกระบวนท่าต่างๆ มาใช้ในการประชาสัมพันธ์หนังในแบบที่ไม่ให้ผู้ชมคาดเดาเนื้อเรื่องได้ และไม่ให้เสียอรรถรสด้วย

ล่าสุดหนังเรื่องที่จะทำหน้าที่ส่งท้ายตลอด 10 ปีที่ผ่านมาอย่าง Avengers: Endgame ก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ในระหว่างการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ ถึงแม้ตัวอย่างจะเผยฉากแต่ละฉากอย่างตรงไปตรงมา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นสิ่งที่เป็น ซึ่งมาร์เวลได้สร้างบทเรียนให้กับผู้ชมมาแล้วในหนังบางเรื่องก่อนหน้านี้

ตัวอย่างซูเปอร์โบวล์ของ Avengers: Endgame ได้เผยให้เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนในฉากที่เหล่าอเวนเจอร์สเดินผ่านแสงแดดในฐานอเวนเจอร์ส ซึ่งในตัวอย่างแรกกลับไม่มีพวกเขาอยู่เลยสักคน

ตัวอย่างแรก (บน) – ตัวอย่างซูเปอร์โบวล์ (ล่าง)

นี่จึงทำให้แฟนๆ สงสัยกันว่าในฉากที่กัปตันอเมริกา (คริส อีแวน ), แบล็ควิโดว์ (สการ์เล็ต โจแฮนสัน), บรูซ แบนเนอร์ (มาร์ค รัฟฟาโล) และวอร์แมชชีน (ดอน ชีเดิล) ยืนมองอะไรบางอย่างบนฟากฟ้ามีการตัดต่อเอาตัวละครออกไปรึเปล่า เนื่องจากมีช่องว่างระหว่างแบนเนอร์วอร์แมชชีนที่มากพอให้มีคนอีกคนยืนอยู่ได้เลย ซึ่งบางคนเดาว่าอาจเป็นโทนี่ สตาร์ค (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) หรือไม่ก็กัปตันมาร์เวล (บรี ลาร์สัน)

ก่อนหน้านี้มาร์เวลได้ใช้เทคนิคตัดสไปเดอร์แมน (ทอม ฮอลแลนด์) ทิ้งไปในฉากสนามบินของตัวอย่างซูเปอร์โบวล์ Captain America: Civil War รวมถึงการเข้าฌานของดอกเตอร์สเตรนจ์ (เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์) บนดาวไททันที่ถูกลบออกจากตัวอย่าง Avengers: Infinity War

ตัวอย่าง (บน) – หนังเต็ม (ล่าง)

การลดทอนเนื้อหาในตัวอย่างหนังหลายเรื่องของมาร์เวลก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชมเดาเนื้อเรื่องกันได้ก่อน และปกป้องความลับที่อยากให้ผู้ชมเข้าไปเซอร์ไพรส์กันในโรงภาพยนตร์เองกันมากกว่า

“เราใช้วัตถุดิบทั้งหมดที่เรามีสิทธิ์ใช้เพื่อสร้างตัวอย่างหนังขึ้นมา” ผู้กำกับโจ รุสโซ่ บอกในพอดแคสท์ Happy Sad Confused เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

“เรามองว่าตัวอย่างเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากหนังมากๆ และผมคิดว่าตอนนี้ผู้ชมเดาได้เก่งกันมากๆ เราจึงต้องฉลาดว่าจะสร้างตัวอย่างออกมายังไงเพราะผู้ชมสามารถดูตัวอย่างแล้วบอกคุณได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นในหนัง”

ตัวอย่าง (บน) – หนังเต็ม (ล่าง)

“เราบริโภคเนื้อหากันมากเกินไป ดังนั้นการถ่ายทำของเราจึงมีช็อตที่แตกต่างกันมากมายที่ไม่ได้อยู่ในหนัง ซึ่งเราสามารถจัดการได้ผ่านซีจีเพื่อเล่าเรื่องที่เราอยากบอกเป็นพิเศษสำหรับในตัวอย่าง ไม่ใช่ในหนัง”

ตัวอย่างไม่ได้มีแค่ฉากที่อยู่ในหนังเพียงเท่านั้น แต่ยังมีฉากที่สร้างขึ้นมาสำหรับตัวอย่างเพื่อหลอกผู้ชมโดยเฉพาะด้วย เช่น ตัวอย่าง Avengers: Infinity War มีฉากที่กัปตันอเมริกา, แบล็ควิโดว์ และแบล็คแพนเธอร์ (แชดวิค บอสแมน) ที่ร่วมกันวิ่งประจันบานร่วมกับโอโคเย (ดาไน กูริรา), ฟอลคอน (แอนโธนี แม็คกี้), บัคกี้ (เซบาสเตียน สแตน), ฮัลค์ (มาร์ค รัฟฟาโล) และวอร์แมชชีนในวากานด้า ซึ่งสุดท้ายแล้ว บรูซ แบนเนอร์ ก็ไม่ได้กลายร่างเป็นฮัลค์จริงๆ ต่างจากที่ตัวอย่างบอกกับเรา

ไม่ใช่แค่ผู้ชมที่ไม่รู้หรือเดาไม่ออกว่าหนังจะเป็นยังไงครับ เพราะแม้แต่นักแสดงที่เข้าไปถ่ายหนังด้วยตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะรู้เลยว่าหนังจะออกมาในรูปแบบใด

“เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นยังไง” มาร์ค รัฟฟาโล พูดถึงการถ่ายซ่อม Avengers: Endgame เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

“มีบางอย่างเกิดขึ้นในขณะที่เราอยู่ที่นั่น มันน่าประหลาดมาก เราถ่ายทำกันบางฉากและอีกสองสามวันหลังจากนั้นก็กลับมาถ่ายซ่อมฉากนั้นอีกเพราะเราอยากให้มันไปอีกทิศทางหนึ่ง มันเหมือนสิ่งมีชีวิตมากๆ”

นอกจากนี้ เควิน ไฟกี บอสใหญ่ของมาร์เวลสตูดิโอก็เคยบอกว่าตัวอย่าง Avengers: Endgame ใช้ฟุตเทจจากหนังในช่วง 15 นาทีแรกเท่านั้น เท่ากับว่านอกจากตัวอย่างจะเล่าเรื่องอันน้อยนิดแล้ว การประชาสัมพันธ์แบบสับขาหลอกก็ทำให้เราแทบจะเดาอะไรเกี่ยวกับหนังไม่ได้เลย และคาดว่าตัวอย่างสุดท้ายที่น่าจะถูกปล่อยออกมาภายในเดือนมีนาคมนี้ก็คงออกมาในลักษณะเดียวกัน

Avengers: Endgame มีกำหนดฉายในไทย 24 เมษายนนี้

ที่มา comicbook