หน้าแรก News คีฮุยควน กับการกลับมาแบบไม่ธรรมดาใน Everything Everywhere All at Once

คีฮุยควน กับการกลับมาแบบไม่ธรรมดาใน Everything Everywhere All at Once

“ผมไม่ได้ใฝ่หางานการแสดงขนาดนั้นตอนผมยังเด็ก แต่พอโตขึ้น ในช่วงที่ผมอายุ 20 ต้นๆ ผมกลับจริงจังกับมันมาก มันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ อาชีพที่ผมอยากทำ”

คีฮุยควน พูดถึงเส้นทางการเป็นนักแสดงตั้งแต่วันที่เขายังเป็นเด็กตัวน้อยที่รับบทเป็น ช็อต ราวด์ จากหนัง Indiana Jones and the Temple of Doom และ เดต้า จาก The Goonies เมื่อหลายสิบปีก่อน

“แต่พอผมเริ่มไล่ล่าหามันเท่านั้นแหละ มันกลับมีโอกาสให้ผมไม่มาก มีนักแสดงเด็กน้อยมากๆ ที่จะกลายเป็นนักแสดงผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ มันยากมากๆ สำหรับใครหลายๆ คน แต่มันจะยากเป็นร้อยเท่าพันเท่าถ้าคุณเป็นนักแสดงชาวเอเชีย ผมพบว่าตัวเองอยู่ตรงทางแยกตอนอายุไม่มาก ผมอยากจะเดินไปในทางที่ผมแทบไม่เห็นโอกาสรึเปล่านะ? หรือตรงไปในทางที่ผมก็ไม่รู้ว่าผมอยากทำมันรึเปล่าดี? ผมต่อสู้ดิ้นรนอยู่นานมาก และในขณะเดียวกัน ผมก็หวังว่าจะมีโทรเข้ามาเสนอให้ผมเล่นหนังที่มหัศจรรย์มากๆ เหมือน Indiana Jones หรือ The Goonies หรือบทดีๆ สำหรับนักแสดงชาวเอเชีย แต่มันไม่เคยเกิดขึ้น ผมเลยรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง”

“ตอนที่ผมตัดสินใจอย่างยากลำบากว่าจะทิ้งงานการแสดงไป มันเจ็บปวดนะ แต่ผมรักวงการนี้มาก ผมยังอยากอยู่ในนั้น ผมเลยไปเรียน USC Film School ตอนผมเรียนจบ ผมก็เริ่มไปทำงานหลังกล้องอยู่หลายปี ผมโชคดีมากๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับนักทำหนังอย่าง คอรี่ย์ หยวน และ หว่องกาไว ตอนนั้นผมพอใจกับงานนี้มาก แต่มันกลับมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป และผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมคิดว่ามันคงเป็นเพราะผมโกหกตัวเองอยู่หลายปีโดยการบอกตัวเองว่าผมไม่ชอบการแสดงอีกต่อไปแล้วเพื่อให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง”

คีฮุยควนห่างหายจากการแสดงนานนับ 20 ปี กระทั่งมีหนังเรื่องหนึ่งจุดไฟในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง จนได้มารับบทนำคู่กับ มิเชล โหย่ว ในหนังแอ็คชั่น Everything Everywhere All at Once

“นานมากที่ผมคิดว่าผมไม่เป็นอะไร แต่มันมีอะไรขาดหายไป และผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรจนกระทั่งหนังเรื่อง Crazy Rich Asian ฉาย ผมเห็นเพื่อนๆ นักแสดงชาวเอเชียได้ขึ้นจอ ผมรู้สึกกลัวจะตกขบวนอย่างแรงเพราะผมอยากอยู่ตรงนั้นกับพวกเขา ผมคิดเรื่องนี้อยู่นาน เพราะผมไม่ได้แสดงหนังมา 20 ปี ผมไม่รู้ว่าคนดูจะยังโอบรับผมอยู่ไหม แต่ตอนที่ผมก้าวไปอยู่หน้ากล้องอีกครั้ง ผมรู้สึกได้เลยว่านี่คือส่ิงที่ขาดหายไปตลอดหลายปี แน่นอนว่าผมกังวล แต่ความทรงจำอันแสนวิเศษตอนที่ผมยังเด็กมันกลับมาหมดเลย”

แม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่เขาฝันหามาตลอด แต่ใช่ว่ามันจะเป็นงานง่ายๆ ที่ผ่านไปพ้นได้แบบไร้อุปสรรค

“ฉากแรกๆ ที่ผมเล่นในหนัง Everything Everywhere ผมอยู่ในห้องเล็กๆ ที่มี เจมี ลี เคอร์ติส อยู่ข้างหน้าผม มิเชล โหย่ว อยู่ข้างหลังผม และ เจมส์ ฮัง อยู่ซ้ายมือผม ในตอนนั้นผมตื่นตระหนกอย่างแรงและคิดในใจ ‘พระเจ้าช่วย ฉันไม่ได้เล่นหนังมานานมาก แต่คนพวกนี้เล่นมาหลายสิบปีแบบไม่หยุด'”

“ตอนเราถ่ายฉากแรกกันเสร็จ ผมรู้สึกประหม่าและสั่นสะท้านมากๆ แต่เราก็ถ่ายต่อไปเรื่อยๆ และมันฉากหนึ่งที่ผมต้องเล่นคนเดียว จิมมี ลี เคอร์ติส นั่งมองจอมอนิเตอร์อยู่ หลังจากช็อตนั้น เธอเข้ามาหาผมและพูดว่า ‘คี เมื่อกี้แม่งสุดยอดเลย’ เธอกอดผมอยู่นานมาก และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมเดินเข้ากองถ่ายในวันถัดมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และผมเล่นหนังจนจบด้วยความมั่นใจนั้น”

สุดท้ายการแสดงของเขาก็สุดยอดอย่างที่เคอร์ติสพูดไว้ครับ เพราะเขาคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำหนังได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ จนปัจจุบันหนังมีคะแนนบนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes สูงถึง 96% ด้วยคะแนนเฉลี่ย 8.7/10

“ผมร้องไห้หลายครั้งมากตอนอ่านบทวิจารณ์ ตอนที่ผมตัดสินใจเล่นเรื่องนี้ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนดูจะคิดเห็นยังไง ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะโอบรับผมไหม การได้เห็นคำวิจารณ์เชิงบวกเล่านั้น การได้เห็นผู้คนในงานปฐมทัศน์อ้าแขนต้อนรับ ผมร้องไห้หลายครั้งมากๆ รู้สึกดีมากๆ ผมอยู่ในจุดที่ดีเหลือเกิน ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ ครับ”