หน้าแรก Article Spencer – เทพนิยายทุกเรื่องมีตอนจบ

Spencer – เทพนิยายทุกเรื่องมีตอนจบ

เทพนิยายทุกเรื่องมีตอนจบ

”เราทุกคนโตมากับการอ่านและเข้าใจว่าเทพนิยายเป็นยังไง อย่างน้อยก็ในยุคสมัยผม ปกติแล้ว เจ้าชายจะเสด็จมาและตามหาเจ้าหญิง เชื้อเชิญเธอให้เป็นภรรยาและก็กลายเป็นเจ้าหญิงในตอนท้าย นั่นเป็นเรื่องของเทพนิยาย แต่เมื่อมีใครสักคนตัดสินใจว่าจะไม่เป็นเจ้าหญิงแล้ว และบอกว่าฉันเป็นตัวของตัวเองเสียดีกว่า มันเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่มากๆ เทพนิยายกลับหัวกลับหาง มันทำให้ผมประหลาดใจเสมอและคิดว่ามันต้องเป็นการตัดสินใจที่ยากมากแน่ๆ นั่นคือหัวใจของหนังเรื่องนี้”

ผู้กำกับ พาโบล ลาร์เรน พูดถึงความสนใจของเขาที่มีต่อ Spencer หนังชีวประวัติของเจ้าหญิงไดอาน่า ซึ่งดูเหมือนจะเป็นงานที่เขาคุ้นเคยหลังจากเคยกำกับหนังอย่าง Jackie ที่เกี่ยวกับ แจ็คกี้ เคนเนดี้ ภรรยาของ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ มาก่อนเมื่อปี 2016

”ทำไมคุณถึงตัดสินใจแบบนั้น มันเป็นเรื่องราวสากลที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้นับล้าน และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำ เราต้องการสร้างหนังที่แพร่หลายไปไกลแสนไกล และเชื่อมต่อกับผู้ชมทั่วโลกที่สนใจชีวิตอันน่าหลงใหลเช่นนี้”

หนังที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ก็ต้องมาพร้อมกับนักแสดงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งคนนั้น คริสเตน สจ๊วร์ต ที่หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาจากหนังชุด The Twilight

“คริสเตนเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ยอดเยี่ยมในยุคสมัยนี้ การจะทำสิ่งนี้ให้ดีได้ คุณต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากในหนัง ซึ่งก็คือความลึกลับ คริสเตนสามารถเป็นอะไรได้หลายอย่าง และเธอสามารถเป็นคนที่ลึกลับมากๆ เปราะบางมากๆ และก็แข็งแกร่งมากๆ ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ การผสมผสานองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ผมนึกถึงเธอ วิธีที่เธอตอบสนองกับบทและวิธีที่เธอเข้าถึงตัวละคร มันดูสวยงาม ผมคิดว่าเธอจะทำสิ่งที่น่าทึ่งและน่าสนใจในเวลาเดียวกัน เธอคือพลังแห่งธรรมชาติ”

“ผมรู้สึกทึ่งและหลงใหลราชวงศ์และสิ่งต่างๆ ในวัฒนธรรมนั้นมาโดยตลอด ซึ่งไม่ใช่ที่ที่ผมจากมา ไดอาน่าเป็นไอคอนที่ทรงพลัง ที่ซึ่งผู้คนหลายล้านคน ไม่ใช่แค่ผู้หญิง แต่หลายล้านคนทั่วโลกรู้สึกเห็นอกเห็นใจเธอ เราตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ไม่ใช่การเป็นเจ้าหญิง ในการเดินทางของหนัง เธอเป็นผู้หญิงที่ตัดสินใจและรู้ตัวว่าเธอต้องการจะเป็นผู้หญิงคนก่อนที่เธอจะมาเจอชาร์ลส์”

“มันเกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง การทำความเข้าใจว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอคือการมีความสุข และได้อยู่กับตัวเอง ด้วยตัวเอง นั่นเป็นเหตุผลที่หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า Spencer ซึ่งเป็นนามสกุลของเธอก่อนที่เธอจะพบกับชาร์ลส์ มันเป็นช่วงสั้นๆ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ซานดริงแฮม พวกเขาใช้เวลาในช่วงคริสต์มาสที่นั่นอยู่หลายปี และนั่นคือจุดที่เราเอามาสร้างเป็นหนังเรื่องนี้ ราวๆ ต้นยุค 90 ประมาณปี 1992 เราไม่ได้เจาะจงมากนัก มันเป็นวันคริสต์มาสอีฟ วันคริสต์มาส และวันเปิดกล่องของขวัญ สามวันนี้ สั้นมากๆ เราจะเข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการและสิ่งที่เธอจะทำ”

แม้จะเป็นชีวประวัติของเจ้าหญิงไดอาน่า แต่หนังจะไม่เข้าไปแตะเรื่องราวในวันที่เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต

“เธอเสียชีวิตหลายปีหลังจากที่เรื่องราวของเราเริ่มขึ้น เราเลยจะไม่ไปเล่าเหตุการณ์นั้น มันจะเป็นสามวันในชีวิตของเธอและช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่คุณจะได้เห็นว่าเธอเป็นใครในมุมมองที่กว้างใหญ่ขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับเธอ เราไม่จำเป็นต้องไปถึงตรงนั้น เราจะอยู่ในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวกว่านั้น ที่ซึ่งเธอสามารถแสดงออกได้ว่าเธอต้องการไปที่ไหนและต้องการเป็นใครกันแน่”

“เราเชื่อว่านี่จะเป็นหนังที่สามารถสร้างความสนใจให้กับคนทั่วโลกได้ นี่คือผู้หญิงอันเป็นที่รักและเป็นสักลักษณ์ เรามีทุกอย่างอยู่ตรงหน้าเพื่อสร้างหนังที่สวยงาม และเรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างมันขึ้นมา”

หนังมีกำหนดฉายในอเมริกาวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้